วันจันทร์, มกราคม 05, 2569

Phikkhawe

 
ได้ทำเสร็จแล้ว. บทว่า อนุโลมิกานิ ความว่า เสนาสนะอันสมควรแก่
การปฏิบัติ มีกรรมฐานเป็นที่สบาย. อันผู้อยู่ในเสนาสนะสามารถบรรลุมรรค
ผลได้. บทว่า อินฺทฺริยานิ สมนฺนานยมานา ทำอินทรีย์ให้เสมออยู่
คือ ทำอินทรีย์มีศรัทธาเป็นต้นให้เสมออยู่.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงถึงอะไรในบทนี้ว่า สตฺตีเม ภิกฺขเวอาทิผิด อักขระ
ปุคฺคลา ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๗ จำพวกมีอยู่ในโลก. พระผู้มีพระภาค-
เจ้าทรงแสดงความนี้ว่า บุคคลมีอยู่ ๗ จำพวกเหล่านี้ แม้ทั้งหมดอย่างนี้ คือ
บุคคลที่ไม่มีกิจที่ควรทำด้วยความไม่ประมาท มี ๒ จำพวก. บุคคลผู้ที่มีกิจที่ควร
ทำด้วยความประมาท มี ๕ จำพวก. ในบทเหล่านั้น บทว่า อุภโตภาควิมุตฺโต
คือ ผู้พ้นโดยส่วนสอง. พ้นจากรูปกายด้วยอรูปสมาบัติ ๑ พ้นจากนามกาย
ด้วยมรรค ๑. บุคคลนั้นออกจากสมาบัติอย่างหนึ่ง ๆ แห่งอรูปสมาบัติ ๔
พิจารณาถึงสังขารแล้วออกจากนิโรธ ของบุคคล ๔ จำพวกผู้บรรลุพระอรหัต
เป็นบุคคล ๕ จำพวกด้วยสามารถแห่งพระอนาคามีผู้บรรลุพระอรหัต. อนึ่ง
บาลีในบทนี้มาแล้วด้วยสามารถแห่งบุคคลผู้ได้วิโมกข์ ๘ ในอภิธรรม อย่าง
นี้ว่า ก็อุภโตภาควิมุตบุคคลเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ ถูกต้องวิโมกข์ ๘
ด้วยกายอยู่และอาสวะทั้งหลายของผู้นั้นสิ้นไป เพราะเห็นอริยสัจธรรมนั้น ด้วย
ปัญญาดังนี้.
บุคคลชื่อว่า ปัญญาวิมุต เพราะพ้นด้วยปัญญา. ปัญญาวิมุตบุคคล
นั้น มี ๕ ด้วยสามารถแห่งบุคคลเหล่านี้ คือ เป็นสุกขวิปัสสก ๑ ผู้ออกจาก
ฌาน ๔ แล้วบรรลุพระอรหัตอีก ๔ แต่บาลีในบทนี้มาแล้วด้วยสามารถการ
ปฏิเสธวิโมกข์ ๘. เหมือนดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ก็บุคคลนั้นแลหา
ได้ถูกต้องวิโมกข์ ๘ ด้วยกายอยู่ไม่. อาสวะของเขาสิ้นไปแล้วเพราะเห็นอริยสัจ-
ธรรมนั้นด้วยปัญญา. บุคคลนี้เรากล่าวว่าปัญญาวิมุตบุคคล
 
๒๐/๒๓๙/๔๓๓

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น