วันอาทิตย์, มกราคม 11, 2569

Mahap Phak

 
ข้อว่า “สทิโส โหติ” ได้แก่ เป็นผู้เสมอกัน.
ข้อว่า “สีลสามญฺญคตานํ สตํ” ความว่า สัตบุรุษทั้งหลายถึง
ความเป็นผู้เสมอกันด้วยศีล.
ข้อว่า “สีลกถา จ โน ภวิสฺสติ” ความว่า ถ้อยคำที่ปรารภศีลนั้น
จักมีแก่พวกเราผู้มีศีลเสมอกันอย่างนี้.
ข้อว่า “สา จ โน ผาสุ ภวิสฺสติ” ความว่า ก็ศีลกถานั้น (การพูด
ถึงศีล) จักเป็นการอยู่ผาสุก จักเป็นการอยู่อย่างสบายแก่พวกเรา.
ข้อว่า “สา จ โน ปวตฺตินี ภวิสฺสติ” ความว่า ถ้อยคำ ของ
พวกเราผู้กล่าวอยู่จักเป็นไปแม้ตลอดวันตลอดคืนก็จะไม่ทำให้สะเทือนใจ.มหัพภาค จริง
อยู่เมื่อบุคคลทั้งสองมีศีลเสมอกัน เมื่อคนหนึ่งกล่าวพรรณนาถึงศีล อีกคน
หนึ่งย่อมยินดี เพราะเหตุนั้นถ้อยคำของเขาเหล่านั้นย่อมจะมีความผาสุกและ
เป็นไปตลอด ไม่ขัดกัน. ก็เมื่อมีผู้ทุศีลอยู่ ถ้อยคำที่กล่าวพูดถึงศีลกับบุคคลผู้
ทุศีล ย่อมเป็นถ้อยคำที่กล่าวยาก เพราะฉะนั้นศีลกถาก็ย่อมมีไม่ได้ ความ
ผาสุกก็มีไม่ได้ ความเป็นไปไม่ได้ตลอด. แม้ถ้อยคำที่กล่าวถึงสมาธิและปัญญา
ก็มีนัยนี้เหมือนกัน. ก็ภิกษุ ๒ รูป ผู้ได้สมาธิย่อมกล่าวพรรณนาคุณของสมาธิ
ผู้มีปัญญาก็ย่อมกล่าวพรรณนาคุณแห่งปัญญา เขาทั้งสองเหล่านั้นย่อมไม่รู้สึก
ถึงการก้าวล่วงตลอดราตรีหรือตลอดวัน.
ข้อว่า “สกฺกตฺวา ครุํ กตฺวา” ได้แก่ กระทำสักการะ หรือทำ
ความเคารพ.
สองบทว่า “อธิโก โหติ” ได้แก่ เป็นผู้ยิ่ง.
บทว่า “สีลกฺขนฺธํ” ได้แก่ กองแห่งศีล.
 
๗๙/๙๙/๓๑๗

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น