วันพุธ, ธันวาคม 31, 2568

Wichit

 
ปัญหากะสาวกคืออาทิผิด อักขระศิษย์ทั้งหลาย พระพุทธเจ้าและพระสาวกเหล่านั้น ต่าง
ถามปัญหากันและกัน ต่างพยากรณ์คือแก้ปัญหากันและกัน.
เมื่อจะทรงแสดงพระพุทธเจ้าทั้งหมดนั้น โดยมีภาวะเป็นอย่างเดียว
กันอีก จึงตรัสคำมีอาทิว่า พุทฺธา ปจฺเจกพุทฺธา จ ดังนี้. ในคำนั้น
มีอธิบายว่า พระพุทธเจ้าได้แก่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า
พระสาวกคือศิษย์ และผู้ปรนนิบัติคือนิสิต ทั้งหมดนี้ยินดีอยู่ด้วยความ
ยินดีของตน ๆ เร้นอยู่ ย่อมอภิรมย์อยู่ในปราสาทของเรา.
พระเจ้าติโลกวิชัยจักรพรรดิราชนั้น ครั้นทรงแสดงอาจารสมบัติ
ของพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย ในเวชยันตปราสาทของพระองค์อย่างนี้
แล้ว บัดนี้ เมื่อจะทรงแสดงอานุภาพของพระองค์ จึงตรัสคำมีอาทิว่า
ฉตฺตา ติฏฺฐนฺติ รตนา ดังนี้. ในคำนั้น มีอธิบายว่า ฉัตรแก้ว อัน
ล้วนแล้วไปด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพวงมาลัยทองเป็นทิวแถว คือห้อย
ตาข่ายทองอยู่ประจำ. ฉัตรทั้งอาทิผิด อาณัติกะหลายวงด้วยข่ายแก้วมุกดา คือล้อมด้วย
ข่ายแก้วมุกดา เพียงแต่คิดว่า ฉัตรทุกชนิดจงกั้นอยู่เหนือกระหม่อมคือ
ศีรษะเรา ก็ย่อมปรากฏขึ้น.
เพดานผ้าวิจิตรอาทิผิด อักขระด้วยดาวทอง คือแวววาวด้วยดาวทองจงมี คือจง
บังเกิดขึ้น. อธิบายว่า เพดานมิใช่น้อยทุกชนิด วิจิตรคือมีสีหลายอย่าง
ดาษด้วยมาลัย คือแผ่ไปด้วยดอกไม้ จงกั้นอยู่เหนือกระหม่อม คือส่วน
เบื้องบนแห่งที่เป็นที่นั่ง.
เชื่อมความว่า สระโบกขรณีดาดาษ คือกลาดเกลื่อนด้วยพวงดอกไม้
คือพวงของหอมและดอกไม้หลายอย่าง งดงามด้วยพวงของหอม คือ
พวงสุคนธชาติมีจันทน์ หญ้าฝรั่นและกฤษณาเป็นต้น. อธิบายว่า สระ-
 
๗๐/๑/๒๐๓

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น