เหล่านี้ คำที่ควรกล่าวทั้งหมด ก็กล่าวไว้แล้วในวิสุทธิมรรค. บทว่า ปญฺญาย
ทุพฺพลีกรเณ ความว่า นิวรณ์ ๕ เหล่านี้. เมื่อเกิด ย่อมไม่ให้เกิดปัญญา
ทั้งที่เป็นโลกิยะ และโลกุตตระอาทิผิด อักขระ ที่ยังไม่เกิด แม้ที่เกิดแล้วก็ตัดสมาบัติ ๘
อภิญญา ๕ ให้ขาดตกไป เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปญฺญาย ทุพฺพลี-
กรณา กระทำปัญญาให้อ่อนกำลัง. บทว่า ตถาคตปทํ อิติปิ ความว่า ทาง
คือ ญาณ ร่องรอยคือญาณ ของพระตถาคตแม้นี้ ท่านเรียกว่า ฐาน อันญาณ
เหยียบแล้ว. บทว่า ตถาคตนิเสวิตํ ได้แก่ฐาน อันสีข้างคือญาณของพระ-
ตถาคตสีแล้ว. บทว่า ตถาคตารญฺชิตํ ได้แก่ ฐานอันพระเขี้ยวแก้วคือญาณ
ของพระตถาคตกระทบแล้ว. บทว่า ยถาภูตํ ปชานาติ ได้แก่ย่อมรู้ตามสภาวะ
ความเป็นจริง. บทว่า น เตฺวว ตาว อริยสาวโก นิฏฺฐํ คโต โหติ ความว่า
ฌานและอภิญญาเหล่านี้ย่อมทั่วไปแม้กับคนภายนอกพระศาสนา เพราะฉะนั้น
พระอริยสาวกจึงไม่สำเร็จก่อน ที่ชื่อว่ายังไม่สำเร็จก่อนก็เพราะยังไม่สำเร็จแม้
ในขณะแห่งมรรคจิต. บทว่า อปิจ โข นิฏฺฐํ คจฺฉติ ความว่า ก็อีกอย่าง
หนึ่งแล ในขณะแห่งมรรคจิต ย่อมถึงความสำเร็จในรัตนะ ๓ โดยอาการ นี้ว่า
พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นพระสัมมาสัมพุทธะหนอ เหมือนคนต่อช้าง เห็นช้าง
ใหญ่ฉะนั้น. บทว่า นิฏฺฐํ คโต โหติ ความว่า เมื่อถึงความสำเร็จในขณะ
แห่งมรรคจิตอย่างนี้ ย่อมถึงความสำเร็จในรัตนะ ๓ โดยอาการทั้งปวง เพราะมี
กิจทั้งหมดเสร็จแล้วในขณะแห่งอรหัตผลจิต. คำที่เหลือในที่ทุกแห่งมีความ
ง่ายทั้งนั้น.
จบอรรถกถาจุลลหัตถิปโทปมสูตรที่ ๗
ทุพฺพลีกรเณ ความว่า นิวรณ์ ๕ เหล่านี้. เมื่อเกิด ย่อมไม่ให้เกิดปัญญา
ทั้งที่เป็นโลกิยะ และ
อภิญญา ๕ ให้ขาดตกไป เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปญฺญาย ทุพฺพลี-
กรณา กระทำปัญญาให้อ่อนกำลัง. บทว่า ตถาคตปทํ อิติปิ ความว่า ทาง
คือ ญาณ ร่องรอยคือญาณ ของพระตถาคตแม้นี้ ท่านเรียกว่า ฐาน อันญาณ
เหยียบแล้ว. บทว่า ตถาคตนิเสวิตํ ได้แก่ฐาน อันสีข้างคือญาณของพระ-
ตถาคตสีแล้ว. บทว่า ตถาคตารญฺชิตํ ได้แก่ ฐานอันพระเขี้ยวแก้วคือญาณ
ของพระตถาคตกระทบแล้ว. บทว่า ยถาภูตํ ปชานาติ ได้แก่ย่อมรู้ตามสภาวะ
ความเป็นจริง. บทว่า น เตฺวว ตาว อริยสาวโก นิฏฺฐํ คโต โหติ ความว่า
ฌานและอภิญญาเหล่านี้ย่อมทั่วไปแม้กับคนภายนอกพระศาสนา เพราะฉะนั้น
พระอริยสาวกจึงไม่สำเร็จก่อน ที่ชื่อว่ายังไม่สำเร็จก่อนก็เพราะยังไม่สำเร็จแม้
ในขณะแห่งมรรคจิต. บทว่า อปิจ โข นิฏฺฐํ คจฺฉติ ความว่า ก็อีกอย่าง
หนึ่งแล ในขณะแห่งมรรคจิต ย่อมถึงความสำเร็จในรัตนะ ๓ โดยอาการ นี้ว่า
พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นพระสัมมาสัมพุทธะหนอ เหมือนคนต่อช้าง เห็นช้าง
ใหญ่ฉะนั้น. บทว่า นิฏฺฐํ คโต โหติ ความว่า เมื่อถึงความสำเร็จในขณะ
แห่งมรรคจิตอย่างนี้ ย่อมถึงความสำเร็จในรัตนะ ๓ โดยอาการทั้งปวง เพราะมี
กิจทั้งหมดเสร็จแล้วในขณะแห่งอรหัตผลจิต. คำที่เหลือในที่ทุกแห่งมีความ
ง่ายทั้งนั้น.
จบอรรถกถาจุลลหัตถิปโทปมสูตรที่ ๗
๑๘/๓๓๙/๕๑๕

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น