วันเสาร์, มกราคม 09, 2564

Phayap

 
โดยแยบคาย เมื่อเขาเพ่งพินิจพิจารณาดูโดยแยบคาย มายากล ก็จะ
ปรากฏเป็นของว่าง เป็นของเปล่า ไม่จริงเลย ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ความจริง (สาระ) ในมายากล จักมีได้อย่างไร ฉันใด. ดูก่อน
ภิกษุทั้งหลาย วิญญาณอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งที่เป็นอดีต ทั้งที่เป็นอนาคต
ทั้งที่เป็นปัจจุบัน ฯลฯ หรืออยู่ในที่ไกลที่ใกล้ ก็ฉันนั้น เหมือนกันแล
ภิกษุเพ่งพินิจพิจารณาดูวิญญาณนั้นโดยแยบคาย เมื่อเธอเพ่งพินิจ
พิจารณาดูโดยแยบคาย วิญญาณก็จะปรากฏเป็นของว่าง เป็นของเปล่า
หาสาระมิได้ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้สดับแล้ว เห็นอยู่อย่างนี้
จะเบื่อหน่ายในรูปบ้าง ในเวทนาบ้าง ในสัญญาบ้าง ในสังขารทั้งหลาย
บ้าง ในวิญญาณบ้าง เมื่อเบื่อหน่ายย่อมคลายกำหนัด เพราะคลายกำหนัด
จิตย่อมหลุดพ้น เมื่อหลุดพ้นแล้ว ก็มีญาณว่า เราหลุดพ้นแล้ว รู้ชัดว่า
ฯลฯ กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี.
พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้สุคตศาสดา ครั้นได้ตรัสเวยยากรณพจน์
แล้ว จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปว่า
[๒๔๗ ] พระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระอาทิตย์
ทรงแสดงรูป อุปมาด้วยฟองน้ำ เวทนา อุปมา
ด้วยต่อมน้ำ สัญญาอุปมาด้วยพยับอาทิผิด สระแดด สังขาร
อุปมาด้วยต้นกล้วย และวิญญาณอุปมาด้วย
มายากล. ภิกษุเพ่งพินิจพิจารณา (เบญจขันธ์) อยู่
โดยแยบคาย ด้วยประการใด ๆ เบญจขันธ์ย่อม
ปรากฏเป็นของว่าง เป็นของเปล่า ด้วยประการ
นั้น ๆ แก่เธอผู้เห็นอยู่โดยแยบคาย ก็การละ
ธรรม ๓ อย่าง ที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ทรงมี
 
๒๗/๒๔๗/๓๑๘

ไม่มีความคิดเห็น:

คลังบทความของบล็อก