ใกล้เพื่อทรงชื่นชมถึงการอยู่โดดเดี่ยวแล้วตรัสถามว่า ภิกษุ เธอเป็นผู้ไม่
ประมาทอยู่บ้างหรือ เมื่อจะประกาศการอยู่ด้วยความไม่ประมาทของตน
จึงได้ภาษิต ๔ คาถาเหล่านี้ว่า
ข้าพระองค์ถูกความง่วงเหงาหาวนอนครอบงำ ได้ออก
ไปจากวิหารขึ้นสู่ที่จงกรม ล้มลงที่แผ่นดิน ณ ที่ใกล้บันได
จงกรมนั้นนั่นเอง ข้าพระองค์ลูบเนื้อลูบตัวแล้วขึ้นสู่ที่
จงกรมอีก เป็นผู้มีจิตตั้งมั่นแล้วในภายใน เดินจงกรมอยู่
แต่นั้นการกระทำไว้ในใจ โดยอุบายอันแยบคาย ได้
บังเกิดขึ้นแก่ข้าพระองค์อาทีนพโทษอาทิผิด อักขระ ปรากฏแก่ข้า-
พระองค์ ความเบื่อหน่ายก็ตั้งลงมั่น ลำดับนั้น จิตของ
ข้าพระองค์ก็หลุดพ้นจากสรรพกิเลส ขอพระองค์จง
ทอดพระเนตรดูความที่แห่งธรรมเป็นธรรมอันดีเลิศ ข้า-
พระองค์ได้บรรลุวิชชา ๓แล้วอาทิผิด อักขระ ได้ทำกิจพระพุทธศาสนา
เสร็จแล้ว.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มิทฺเธน ปกโต ความว่า ผู้ถูกมิทธะ
อันกำจัดความไม่สามารถเป็นสภาวะ กล่าวคือความเกียจคร้านแห่งกาย
ครอบงำ.
บทว่า วิหารา ได้แก่ จากเสนาสนะ.
บทว่า อุปนิกฺขมึ ได้แก่ออกไปเพื่อเดินจงกรม.
บทว่า ตตฺเถว ปปตึ ฉมา ความว่า ล้มลงที่ภาคพื้น เพราะถูก
ความหลับครอบงำ ที่บันไดจงกรมนั้นนั่นแล,
ประมาทอยู่บ้างหรือ เมื่อจะประกาศการอยู่ด้วยความไม่ประมาทของตน
จึงได้ภาษิต ๔ คาถาเหล่านี้ว่า
ข้าพระองค์ถูกความง่วงเหงาหาวนอนครอบงำ ได้ออก
ไปจากวิหารขึ้นสู่ที่จงกรม ล้มลงที่แผ่นดิน ณ ที่ใกล้บันได
จงกรมนั้นนั่นเอง ข้าพระองค์ลูบเนื้อลูบตัวแล้วขึ้นสู่ที่
จงกรมอีก เป็นผู้มีจิตตั้งมั่นแล้วในภายใน เดินจงกรมอยู่
แต่นั้นการกระทำไว้ในใจ โดยอุบายอันแยบคาย ได้
บังเกิดขึ้นแก่ข้าพระองค์
พระองค์ ความเบื่อหน่ายก็ตั้งลงมั่น ลำดับนั้น จิตของ
ข้าพระองค์ก็หลุดพ้นจากสรรพกิเลส ขอพระองค์จง
ทอดพระเนตรดูความที่แห่งธรรมเป็นธรรมอันดีเลิศ ข้า-
พระองค์ได้บรรลุวิชชา ๓
เสร็จแล้ว.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มิทฺเธน ปกโต ความว่า ผู้ถูกมิทธะ
อันกำจัดความไม่สามารถเป็นสภาวะ กล่าวคือความเกียจคร้านแห่งกาย
ครอบงำ.
บทว่า วิหารา ได้แก่ จากเสนาสนะ.
บทว่า อุปนิกฺขมึ ได้แก่ออกไปเพื่อเดินจงกรม.
บทว่า ตตฺเถว ปปตึ ฉมา ความว่า ล้มลงที่ภาคพื้น เพราะถูก
ความหลับครอบงำ ที่บันไดจงกรมนั้นนั่นแล,
๕๒/๓๒๔/๙

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น