อรรถกถายมกสูตรที่ ๓
พึงทราบวินิจฉัยในยมกสูตรที่ ๓ ดังต่อไปนี้ :-
ทิฏฐิของพระยมกะ
บทว่า ทิฏฺฐิคตํ ความว่า ก็ถ้าพระยมกะนั้น จะพึงมีความคิด
อย่างนี้ว่า สังขารทั้งหลายเกิดขึ้นและดับไป ความเป็นไปแห่งสังขาร
นั่นแหละ ที่ไม่เป็นไป มีอยู่ (ความคิดดังว่ามานี้) ยังไม่ควรเป็นทิฏฐิ
(แต่) ควรเป็นญาณที่ท่องเที่ยวไปในคำสอน (ศาสนา).
แต่เพราะพระยมกะนั้น ได้มีความคิดว่า สัตว์ขาด สูญอาทิผิด สัตว์พินาศ
ฉะนั้น ความคิดนั้นจึงเป็นทิฏฐิ.
บทว่า ถามสา ปรามาสา ความว่า ด้วยพลังของทิฏฐิ และ
ด้วยการลูบคลำด้วยทิฏฐิ.
บทว่า เยนายสฺมา สารีปุตฺโต ความว่า เมื่อปัจจันตชนบท
เกิดจลาจล เจ้าหน้าที่ไม่สามารถปราบปรามให้สงบราบคาบได้
จึงไปหาเสนาบดี หรือไม่ก็ไปเฝ้าพระราชา ฉันใด เมื่อพระเถระนั้น
สับสนด้วยอำนาจทิฏฐิ ภิกษุเหล่านั้น ไม่สามารถจะกำราบอาทิผิด อักขระ เธอได้
จึงพากันเข้าไปหาพระสารีบุตร ผู้เป็นพระธรรมเสนาบดี ของ
พระธรรมราชาจนถึงที่อยู่.
พระสารีบุตรสอนพระยมกะ
บทว่า เอวํ พฺยาโข¹ ความว่า พระยมกะไม่สามารถ
จะกล่าวได้เต็มปาก (พูดอ้อมแอ้ม) ต่อหน้าพระ (สารีบุตร) เถระ
เหมือนที่กล่าวในสำนักภิกษุเหล่านั้นได้ จึงกล่าวด้วยหัวใจที่ห่อเหี่ยวว่า
¹บาลีเป็น เอวํ ขฺวาหํ
พึงทราบวินิจฉัยในยมกสูตรที่ ๓ ดังต่อไปนี้ :-
ทิฏฐิของพระยมกะ
บทว่า ทิฏฺฐิคตํ ความว่า ก็ถ้าพระยมกะนั้น จะพึงมีความคิด
อย่างนี้ว่า สังขารทั้งหลายเกิดขึ้นและดับไป ความเป็นไปแห่งสังขาร
นั่นแหละ ที่ไม่เป็นไป มีอยู่ (ความคิดดังว่ามานี้) ยังไม่ควรเป็นทิฏฐิ
(แต่) ควรเป็นญาณที่ท่องเที่ยวไปในคำสอน (ศาสนา).
แต่เพราะพระยมกะนั้น ได้มีความคิดว่า สัตว์
ฉะนั้น ความคิดนั้นจึงเป็นทิฏฐิ.
บทว่า ถามสา ปรามาสา ความว่า ด้วยพลังของทิฏฐิ และ
ด้วยการลูบคลำด้วยทิฏฐิ.
บทว่า เยนายสฺมา สารีปุตฺโต ความว่า เมื่อปัจจันตชนบท
เกิดจลาจล เจ้าหน้าที่ไม่สามารถปราบปรามให้สงบราบคาบได้
จึงไปหาเสนาบดี หรือไม่ก็ไปเฝ้าพระราชา ฉันใด เมื่อพระเถระนั้น
สับสนด้วยอำนาจทิฏฐิ ภิกษุเหล่านั้น ไม่สามารถจะ
จึงพากันเข้าไปหาพระสารีบุตร ผู้เป็นพระธรรมเสนาบดี ของ
พระธรรมราชาจนถึงที่อยู่.
พระสารีบุตรสอนพระยมกะ
บทว่า เอวํ พฺยาโข¹ ความว่า พระยมกะไม่สามารถ
จะกล่าวได้เต็มปาก (พูดอ้อมแอ้ม) ต่อหน้าพระ (สารีบุตร) เถระ
เหมือนที่กล่าวในสำนักภิกษุเหล่านั้นได้ จึงกล่าวด้วยหัวใจที่ห่อเหี่ยวว่า
¹บาลีเป็น เอวํ ขฺวาหํ
๒๗/๒๐๗/๒๖๒

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น