อย่าง โดยเป็นสิ่งควรละ โดยเป็นสิ่งไม่ควรละ และโดยเป็นสิ่งควรละ
ก็หามิได้ เป็นสิ่งไม่ควรละก็หามิได้จากอาทิผิด อักขระ ทัศนะ และภาวนา. เป็น ๔
อย่าง โดยเป็นสิ่งควรกำหนดรู้ ควรละ ควรทำให้แจ้ง และควรทำ
ให้เกิด. ท่านกล่าวว่า
เอวํอริย สจฺจานํอาทิผิด อักขระ ทุพฺโพธานํ พุโธ วิธึ
อเนกเภทโต ชญฺญา หิตาย จ สุขาย จ.
พระพุทธเจ้าทรงรู้วิธีของอริยสัจอย่างนี้ ที่รู้
ได้ยาก โดยประเภทไม่น้อย เพื่อประโยชน์และ
เพื่อความสุข ดังนี้.
จบ อรรถกถาสัจปกิณกะ
บัดนี้ พระธรรมเสนาบดีชี้แจงสัจจตุกนัยในที่สุดตามลำดับที่
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงแล้วนั้นแล แล้วแสดงสรุปสุตมยญาณด้วย
สัจจตุกนัยมีอาทิว่า ตํ ญาตฏฺเฐน ญาณํ-ชื่อว่าญาณว่าด้วยอรรถว่ารู้
ธรรมนั้น, ครั้นแล้วพระธรรมเสนาบดีแสดงสรุปอริยสัจทั้งหมดที่ท่าน
กล่าวไว้ในครั้งก่อนว่าโสตาวธาเนอาทิผิด อักขระ ปญฺญา สุตมเยญาณํ-ปัญญา
ในการทรงจำธรรมที่ได้สดับมาแล้ว ชื่อว่า สุตมยญาณ ด้วยประการ-
ฉะนี้.
จบ อรรถกถาสุตมยญาณนิทเทส
ก็หามิได้ เป็นสิ่งไม่ควรละก็หามิได้
อย่าง โดยเป็นสิ่งควรกำหนดรู้ ควรละ ควรทำให้แจ้ง และควรทำ
ให้เกิด. ท่านกล่าวว่า
เอวํ
อเนกเภทโต ชญฺญา หิตาย จ สุขาย จ.
พระพุทธเจ้าทรงรู้วิธีของอริยสัจอย่างนี้ ที่รู้
ได้ยาก โดยประเภทไม่น้อย เพื่อประโยชน์และ
เพื่อความสุข ดังนี้.
จบ อรรถกถาสัจปกิณกะ
บัดนี้ พระธรรมเสนาบดีชี้แจงสัจจตุกนัยในที่สุดตามลำดับที่
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงแล้วนั้นแล แล้วแสดงสรุปสุตมยญาณด้วย
สัจจตุกนัยมีอาทิว่า ตํ ญาตฏฺเฐน ญาณํ-ชื่อว่าญาณว่าด้วยอรรถว่ารู้
ธรรมนั้น, ครั้นแล้วพระธรรมเสนาบดีแสดงสรุปอริยสัจทั้งหมดที่ท่าน
กล่าวไว้ในครั้งก่อนว่า
ในการทรงจำธรรมที่ได้สดับมาแล้ว ชื่อว่า สุตมยญาณ ด้วยประการ-
ฉะนี้.
จบ อรรถกถาสุตมยญาณนิทเทส
๖๘/๘๕/๕๔๐

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น