วันจันทร์, กันยายน 07, 2569

Sinlapa Sat

 
เป็นอย่างดี ทรงประสูติจากพระครรภ์ของพระมารดา โดย
สวัสดิภาพ. ในวันขนานพระนาม พระชนกชนนีได้ทรงตั้งพระนาม
ของพระโพธิสัตว์ว่า พรหมทัตกุมาร.
พรหมทัตกุมารนั้น ได้เจริญวัยขึ้นโดยลำดับ เมื่อพระชนม์
ได้ ๑๖ พรรษา เสด็จไปเมืองตักกศิลา ทรงสำเร็จศิลปศาสตร์อาทิผิด อักขระ
ทุกแขนง เมื่อพระชนกสวรรคตทรงดำรงอยู่ในราชสมบัติ ครอบ
ครองราชสมบัติโดยทํานองคลองธรรม ทรงวินิจฉัยคดีไม่ล่วง
อคติ มีฉันทาคติเป็นต้น. เมื่อพระองค์เสวยราชสมบัติโดยธรรม
อย่างนี้ มีพวกอำมาตย์ต่างก็วินิจฉัยคดีโดยธรรมเหมือนกัน.
เมื่อคดีทั้งหลายได้รับการวินิจฉัยโดยธรรม จึงไม่มีคดีโกงเกิดขึ้น
เพราะไม่มีคดีโกงเหล่านั้น การร้องทุกข์ ณ พระลานหลวง เพื่อ
ให้เกิดคดีก็หมดไป. พวกอำมาตย์นั่งบนบัลลังก์วินิจฉัยตลอดวัน
ไม่เห็นใคร มาเพื่อให้วินิจฉัยคดี ต่างก็ลุกกลับไป. สถานที่
วินิจฉัยคดีก็ถูกทอดทิ้ง.
พระโพธิสัตว์ทรงดำริว่า เมื่อเราครองราชสมบัติโดยธรรม
ไม่มีผู้คนมาให้วินิจฉัยคดี ไม่มีผู้มาร้องทุกข์ สถานที่วินิจฉัยคดี
ก็ถูกทอดทิ้ง. บัดนี้เราควรตรวจสอบโทษของตน ครั้นเรารู้ว่า
นี่เป็นโทษของเรา จักละโทษนั้นเสียประพฤติในสิ่งที่เป็นคุณ
เท่านั้น. จำเดิมแต่นั้นมา พระโพธิสัตว์ก็ทรงสำรวจดูว่า จะมี
ใคร ๆ พูดถึงโทษของเราบ้างหนอ ครั้นไม่ทรงเห็นใคร ๆ กล่าว
ถึงโทษ ในระหว่างข้าราชบริพารภายใน ทรงสดับแต่คำสรรเสริญ
 
๕๗/๑๕๑/๔

ไม่มีความคิดเห็น:

คลังบทความของบล็อก