วันพฤหัสบดี, พฤษภาคม 28, 2569

Kunjaram

 
อรรถกถามารธีตุสูตร

พึงทราบวินิจฉัยในมารธีตุสูตรที่ ๕ ต่อไป :-
บทว่า อุปสงฺกมึสุ ความว่า ธิดามารเห็นบิดาเอาไม้ขีดพื้นดิน
เหมือนเด็กเลี้ยงโค คิดว่าบิดานั่งเสียใจยิ่งนัก มีเหตุอะไรหนอ จำเราจักถาม
ถึงเหตุ จึงรู้ได้แล้ว จึงเข้าไปหา.
บทว่า โสจสิ ได้แก่คิดแล้ว. บทว่า อรญฺญมิว กุญฺชรํอาทิผิด อักขระ ความ
ว่า เปรียบเหมือนเหล่าช้างพังอันเป็นช้างต่อที่ควาญช้างส่งไป ประเล้าประโลม
ช้างป่าด้วยการแสดงมายาหญิง ผูกพันนำมาจากป่าฉันใด พวกเราก็จักนำบุรุษ
นั้นมาฉันนั้น. บทว่า มารเธยฺยํ ได้แก่ วัฏฏะที่เป็นไปในภูมิ ๓.
บทว่า อุปสงฺกมึสุ ความว่า ธิดามารปลอบบิดาว่า ท่านจงคอยสัก
หน่อยเถิด พวกเราจักนำบุรุษนั้น มาแล้วจึงเข้าไปเฝ้า. บทว่า อุจฺจาวจา
ได้แก่ต่าง ๆ อย่าง. บทว่า เอกสตเอกสตํ ได้แก่ แปลงตัวเป็นหญิงสาว
หนึ่งร้อย โดยนัยนี้ คือ ธิดาแต่ละคนแปลงอาทิผิด อักขระตัวเป็นหญิงสาวคนล่ะ ๑๐๐ พระผู้มี
พระภาคเจ้าตรัสเฉพาะพระอรหัตเท่านั้น ด้วยสองบทว่า อตฺถสฺส ปตฺตึ
หทยสฺส สนฺตึ. บทว่า เสนํ ได้แก่ กองทัพกิเลส. จริงอยู่กองทัพกิเลสนั้น
ชื่อว่าปิยรูป สาตรูป น่ารักน่าชื่นใจ. บทว่า เอกาหํ ฌายํ ได้แก่ เราเพ่ง
ฌานอยู่ผู้เดียว. บทว่า สุขมานุโพธฺยํ ได้แก่เสวยสุขในพระอรหัตท่านอธิบาย
ไว้ดังนี้ว่า เรารู้จักกองทัพปิยรูปสาตรูปเพ่งฌานอยู่ผู้เดียว เสวยสุขในพระอรหัต
ที่นับได้ว่าบรรลุถึงประโยชน์เป็นธรรมสงบแห่งใจ เพราะฉะนั้น เราจึง
ไม่ทำความชื่นชมฉันมิตรกับชน ด้วยเหตุนั้นนั่นแหละ พยาน [ความเป็นมิตร]
ของเราจึงไม่ถึงพร้อมแม้ด้วยการไม่กระทำ.
 
๒๕/๕๒๑/๘๒

ไม่มีความคิดเห็น:

คลังบทความของบล็อก